วิธีเปิดสมาชิกช่อง YouTube (Membership) คือช่องทางสร้างรายได้ประจำจากแฟนตัวจริงโดยตรง บทความนี้อธิบายครบทั้งเงื่อนไข ขั้นตอนเปิดใช้งาน ค่าธรรมเนียม และส่วนแบ่งรายได้ของครีเอเตอร์
การเป็นสมาชิกช่อง YouTube (Channel Membership) คืออะไร
การเป็นสมาชิกช่อง (Channel Membership) คือฟีเจอร์ของ YouTube ที่ให้ผู้ชมสมัครเป็นสมาชิกแบบชำระเงินรายเดือนเพื่อสนับสนุนช่องที่ชื่นชอบ โดยสมาชิกจะได้รับสิทธิพิเศษเป็นการตอบแทน เช่น ป้ายสมาชิก อีโมจิเฉพาะช่อง และเนื้อหาสำหรับสมาชิกเท่านั้น
ฟีเจอร์นี้อยู่ในกลุ่มการให้เงินสนับสนุนของแฟนๆ (Fan Funding) ซึ่งหมายความว่ารายได้มาจากผู้ชมโดยตรง ไม่ใช่จากโฆษณา ผู้ชมสมัครได้ง่ายๆ ด้วยการกดปุ่ม “สมัคร” บนหน้าช่องที่เปิดใช้งานฟีเจอร์นี้แล้ว
เงื่อนไขการเปิดสมาชิกช่อง YouTube สำหรับครีเอเตอร์
ก่อนเปิดใช้งานสมาชิกช่อง ครีเอเตอร์ต้องเข้าร่วมโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube (YPP) เสียก่อน และต้องผ่านเงื่อนไขเพิ่มเติมเฉพาะของฟีเจอร์นี้ด้วย เงื่อนไขทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube
เกณฑ์การเข้าร่วมโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube
ปัจจุบัน YouTube เปิดช่องทางสมัคร YPP สองระดับสำหรับครีเอเตอร์ในประเทศไทย โดยระดับเริ่มต้นจะปลดล็อกฟีเจอร์สมาชิกช่องให้ใช้งานได้ก่อน เกณฑ์ของแต่ละระดับมีดังนี้
- ผู้ติดตาม 500 คน อัปโหลดวิดีโอสาธารณะ 3 รายการใน 90 วัน และมียอดชม 3,000 ชั่วโมงใน 12 เดือน (หรือยอดดู Shorts 3 ล้านครั้งใน 90 วัน)
- ผู้ติดตาม 1,000 คน พร้อมยอดชม 4,000 ชั่วโมงใน 12 เดือน (หรือยอดดู Shorts 10 ล้านครั้งใน 90 วัน)
เมื่อผ่านเกณฑ์ระดับแรก ช่องจะใช้งานสมาชิกช่อง Super Chat, Super Stickers และ Super Thanks ได้ทันที ส่วนระดับที่สองจะเพิ่มสิทธิ์ส่วนแบ่งรายได้จากโฆษณาและ YouTube Premium เข้ามาด้วย
เงื่อนไขเฉพาะของฟีเจอร์สมาชิกช่อง
นอกจากเกณฑ์ของ YPP แล้ว ช่องที่จะเปิดสมาชิกยังต้องเป็นไปตามเงื่อนไขเพิ่มเติมของ YouTube ซึ่งครอบคลุมทั้งพื้นที่ให้บริการและลักษณะของเนื้อหาในช่อง ดังนี้
- ผู้สมัครอาศัยอยู่ในประเทศที่ฟีเจอร์นี้พร้อมให้บริการ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย
- ช่องไม่ได้ตั้งค่าเป็นเนื้อหา “สร้างมาเพื่อเด็ก” และไม่มีวิดีโอประเภทนั้นจำนวนมาก
- ช่องไม่มีวิดีโอที่ถูกอ้างสิทธิ์ทางดนตรีเป็นจำนวนมาก
- ยอมรับข้อกำหนดและนโยบายของ YouTube รวมถึงข้อบังคับของผลิตภัณฑ์เพื่อการพาณิชย์
ช่องเพลงบางประเภท เช่น ช่องที่อยู่ภายใต้สัญญาบันทึกเสียง (SRAV) อาจยังไม่มีสิทธิ์ใช้งานสมาชิกช่อง และหากช่องละเมิดนโยบายการสร้างรายได้ ฟีเจอร์นี้จะเข้าสู่โหมดหยุดชั่วคราวจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข
เช็กลิสต์เงื่อนไขก่อนเปิดสมาชิกช่อง
- เข้าร่วมโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube แล้ว (อย่างน้อยระดับผู้ติดตาม 500 คน)
- อาศัยอยู่ในประเทศที่ฟีเจอร์รองรับ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย
- ช่องไม่ได้ตั้งค่าเป็นเนื้อหาสร้างมาเพื่อเด็ก
- ไม่มีวิดีโอที่ถูกอ้างสิทธิ์ทางดนตรีเป็นจำนวนมาก
- เปิดการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนและเชื่อมบัญชี AdSense for YouTube แล้ว
- ยอมรับข้อกำหนดและนโยบายการเป็นสมาชิกของช่อง
วิธีเปิดสมาชิกช่อง YouTube (Membership) ทีละขั้นตอน
เมื่อช่องผ่านเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว ครีเอเตอร์เปิดใช้งานได้ด้วยตนเองผ่าน YouTube Studio บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ขั้นตอนดังนี้
- ลงชื่อเข้าใช้ YouTube Studio ด้วยบัญชีเจ้าของช่อง
- เลือกเมนู “สร้างรายได้” ทางด้านซ้าย แล้วเปิดแท็บ “การเป็นสมาชิก”
- อ่านและยอมรับข้อกำหนดการเป็นสมาชิกของช่อง
- สร้างระดับสมาชิก กำหนดราคา และเลือกสิทธิพิเศษของแต่ละระดับ
- ตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วกดเปิดใช้งาน
หลังเปิดใช้งาน ปุ่ม “สมัคร” จะปรากฏบนหน้าช่องให้ผู้ชมเห็นชัดเจน ครีเอเตอร์ควรอัปโหลดวิดีโอแนะนำสมาชิกสั้นๆ เพื่ออธิบายว่าผู้สนับสนุนจะได้รับอะไรจากการสมัครในแต่ละเดือน
การตั้งระดับสมาชิก ราคา และสิทธิพิเศษ
ครีเอเตอร์สร้างระดับสมาชิกได้หลายระดับในราคาที่แตกต่างกัน โดยระดับที่ราคาสูงกว่ามักมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมจากระดับเดิม ราคาที่ผู้ชมเห็นจะแสดงตามประเทศและแพลตฟอร์มที่ใช้สมัคร ซึ่งอาจรวมภาษีและค่าธรรมเนียมของร้านค้าแอปพลิเคชันเอาไว้แล้ว
ตัวอย่างสิทธิพิเศษที่มอบให้สมาชิกได้
YouTube ให้ครีเอเตอร์ออกแบบสิทธิพิเศษได้อย่างอิสระภายใต้นโยบายที่กำหนด ตัวอย่างสิทธิพิเศษที่ช่องต่างๆ นิยมใช้กัน ได้แก่
- ป้ายสมาชิกที่แสดงข้างชื่อในความคิดเห็นและแชทสด
- อีโมจิออกแบบเฉพาะช่องสำหรับใช้ในแชทสด
- วิดีโอ โพสต์ หรือไลฟ์สดสำหรับสมาชิกเท่านั้น
- การจัดลำดับความสำคัญในการตอบกลับความคิดเห็นจากสมาชิก
สิทธิพิเศษที่นโยบายของ YouTube ไม่อนุญาต
นโยบายของ YouTube กำหนดข้อห้ามไว้ชัดเจนสำหรับสิทธิพิเศษบางประเภท การละเมิดอาจทำให้โปรแกรมสมาชิกของช่องถูกยกเลิกได้ สิ่งที่ห้ามนำเสนอ ได้แก่
- การให้ดาวน์โหลดเนื้อหาที่มีอยู่บน YouTube รวมถึงเพลง
- การจัดพบปะแบบตัวต่อตัวกับสมาชิก
- การสุ่มเลือกสมาชิกบางคนเพื่อรับรางวัล เช่น การแข่งขันหรือจับสลาก
- สิทธิพิเศษที่มุ่งเป้าไปที่เด็กหรือกระตุ้นให้เด็กขอผู้ปกครองสมัครสมาชิก
ค่าธรรมเนียมและรายได้ที่ครีเอเตอร์ได้รับจากสมาชิกช่อง
ส่วนแบ่งรายได้จากสมาชิกช่องอยู่ที่ 70% สำหรับครีเอเตอร์ หลังจากหักค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยขณะนี้ YouTube เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางธุรกรรมทั้งหมด รวมถึงค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต
รอบการเรียกเก็บเงินของสมาชิกเป็นแบบรายเดือนต่อเนื่อง หากสมาชิกได้รับการคืนเงิน YouTube จะหักจำนวนดังกล่าวออกจากบัญชี AdSense for YouTube ของช่อง
ตัวอย่างต่อไปนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของเงินที่ครีเอเตอร์ได้รับจากสมาชิกแต่ละระดับราคา โดยคิดตามสัดส่วน 70% แบบคร่าวๆ ก่อนหักภาษีและค่าธรรมเนียมจริง
ตัวอย่างส่วนแบ่งรายได้จากสมาชิกช่อง
| ราคาที่สมาชิกจ่ายต่อเดือน | ส่วนที่ครีเอเตอร์ได้รับ (ราว 70%) | ส่วนที่ถูกหัก (ราว 30%) |
|---|---|---|
| 100 บาท | ราว 70 บาท | ราว 30 บาท |
| 200 บาท | ราว 140 บาท | ราว 60 บาท |
| 500 บาท | ราว 350 บาท | ราว 150 บาท |
ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น ยอดรับจริงอาจต่ำกว่านี้เล็กน้อยขึ้นอยู่กับภาษี อัตราแลกเปลี่ยน และช่องทางที่สมาชิกใช้สมัคร
ครีเอเตอร์ที่อยู่กับเครือข่าย (MCN) ต้องรู้อะไรเพิ่ม
สำหรับช่องที่อยู่ภายใต้เครือข่ายหลายช่อง (Multi-Channel Network หรือ MCN) รายได้จากสมาชิกอาจต่ำกว่า 70% เพราะเครือข่ายบางแห่งเรียกเก็บส่วนแบ่งเพิ่มเติม ครีเอเตอร์จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขกับเครือข่ายของตนเองก่อนเปิดใช้งาน
นอกจากนี้ ครีเอเตอร์ยังติดตามจำนวนสมาชิก การสมัครใหม่ การยกเลิก และรายได้ได้จากแท็บ “การเป็นสมาชิก” และส่วนข้อมูลวิเคราะห์ใน YouTube Studio ตลอดเวลา
สมาชิกช่องกับ YouTube Premium ต่างกันอย่างไร
หลายคนสับสนระหว่างสมาชิกช่องกับ YouTube Premium ทั้งที่เป็นคนละบริการกัน สมาชิกช่องเป็นการสนับสนุนครีเอเตอร์รายบุคคลโดยตรง ส่วน Premium เป็นบริการของ YouTube ที่ให้ผู้ใช้ดูวิดีโอทั้งแพลตฟอร์มแบบไม่มีโฆษณา
เงินค่าสมาชิกช่องจึงไหลเข้าสู่ครีเอเตอร์เจ้าของช่องนั้นโดยเฉพาะ สำหรับใครที่สนใจฝั่งบริการรับชม สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่บทความ YouTube Premium Family ใช้ได้กี่คน ซึ่งสรุปราคาและวิธีสมัครไว้ครบถ้วน
สมาชิกช่องในภาพรวมรายได้ของครีเอเตอร์
สมาชิกช่องเป็นเพียงหนึ่งในกระแสรายได้ของครีเอเตอร์ ไม่ใช่ช่องทางเดียวที่ควรพึ่งพา รายได้ที่มั่นคงมักมาจากการกระจายหลายช่องทาง เช่น งานแบรนด์ คอมมิชชันจากการขาย และรายได้จากการไลฟ์สด
ใครที่อยากเห็นภาพรวมของการหารายได้สายนี้ในบริบทของประเทศไทย สามารถอ่านต่อได้ที่บทความ อาชีพอินฟลูเอนเซอร์และวิธีสร้างรายได้ในไทย ซึ่งเปรียบเทียบแต่ละช่องทางไว้อย่างเป็นระบบ
สรุป
วิธีเปิดสมาชิกช่อง YouTube (Membership) ไม่ซับซ้อน หากช่องผ่านเงื่อนไขของโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube เพียงเปิดใช้งานในแท็บ “การเป็นสมาชิก” ของ YouTube Studio แล้วตั้งราคากับสิทธิพิเศษให้เหมาะกับแฟนๆ ครีเอเตอร์จะได้รับส่วนแบ่งรายได้ 70% หลังหักค่าธรรมเนียม และควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากศูนย์ช่วยเหลือของ YouTube เป็นประจำ
