ทนายโหนกระแส คือกลุ่มนักกฎหมายที่กลายเป็นบุคคลสาธารณะผ่านการวิเคราะห์ข้อกฎหมายบนจอข่าว จนหลายคนมีชื่อเสียงเทียบเท่าดาราและถูกพูดถึงในทุกประเด็นร้อนของสังคม
บทความนี้รวมทั้งทนายคู่ใจประจำรายการปัจจุบัน ทนายหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง และ ทนายดังมีใครบ้าง ที่โด่งดังจากรายการโหนกระแสโดยเฉพาะ พร้อมแยกแยะจากทนายดังทั่วไปอย่างชัดเจน
ทนายโหนกระแสมีใครบ้าง
ทนายความที่เป็นที่รู้จักและเคยถูกพูดถึงในบริบทของรายการโหนกระแส เช่น
ทนายแก้ว ทนายคู่ใจที่คนไทยคุ้นหน้าที่สุด
ทนายแก้ว หรือ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล เป็นทนายความที่ได้รับฉายา “ทนายคู่ใจ” รายการโหนกระแส โดดเด่นด้านการอธิบายกฎหมายเข้าใจง่าย จบปริญญาตรีและโทนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาเอกด้านการจัดการภาครัฐและเอกชน มีประสบการณ์ว่าความกว่า 30 ปี และเคยได้รับรางวัลทนายความดีเด่นด้านการอุทิศตนเพื่อสังคม
อย่างไรก็ตาม เดือนมกราคม 2569 เขาตกเป็นประเด็นหลังถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศนักศึกษาฝึกงานวัย 19 ปี โดยเจ้าตัวออกมาขออภัยต่อผู้ได้รับผลกระทบและระบุว่าพร้อมชี้แจงผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง
ทนายบุญ นภัทร หน้าใหม่ไฟแรงประจำปี 2569
อีกหนึ่งชื่อที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปี 2569 คือ ทนายบุญ นภัทร สกุลชินวงศ์ ทนายความสาวที่ร่วมให้ความรู้ด้านกฎหมายในรายการโหนกระแส จนโซเชียลมีเดียพูดถึงอย่างกว้างขวาง
เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ และถือเป็นหน้าใหม่ที่ถูกจับตามองว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งทนายคู่ใจของรายการในอนาคต
ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด
อีกหนึ่ง ทนายตั้ม คือ ษิทรา เบี้ยบังเกิด ที่กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่โด่งดังสุดพีคจากการออกรายการโหนกระแส โด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงคดีแตงโม นิดา เมื่อปี 2565 ด้วยการโผล่เข้ารายการสดจนสร้างความปั่นป่วนให้กับรายการและทำเอา หนุ่ม กรรชัย ถึงกับต้องเร่งควบคุมสถานการณ์กลางรายการตามรายงานของผู้จัดการออนไลน์
ปัจจุบัน ทนายตั้ม ษิทรา ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีฉ้อโกงและฟอกเงินที่ถูกกล่าวหา โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ศาลได้พิจารณาเพิ่มเงื่อนไขการประกันตัว พร้อมบันทึกคำรับรองของจำเลยไว้เป็นหลักฐานว่าจะไม่กระทำการพาดพิงคดีผ่านสื่อ
ทนายดังนอกหน้าจอโหนกระแส ที่สังคมยังจดจำ
นอกจากทนายที่โด่งดังจากรายการโหนกระแส ยังมีทนายดังระดับประเทศที่เป็นที่รู้จักจากคดีใหญ่และสื่อหลายช่องทาง เช่น ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายด้านสิทธิผู้บริโภคที่ถูกสั่งพักใบอนุญาต 1 ปี ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ผู้โด่งดังจากคดีปลอมแปลงใบหุ้นธนาคารทหารไทย และทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายคดีอาญาที่ปรากฏในข่าวบ่อยครั้ง
นอกจากนี้ ยังมีทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ผู้เคลื่อนไหวในคดีสังคมอย่างต่อเนื่อง และทนายพัช หรือ ธันย์นิชา เอกสุวัณวัฒน์ ซึ่งถูกพิพากษาจำคุก 2 ปีในคดีแอม ไซยาไนด์ และได้รับประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ทั้งหมดเป็นบุคคลสาธารณะที่สื่อรายงานถึงอยู่บ่อยครั้ง แม้ไม่ได้โด่งดังจากรายการโหนกระแสโดยตรงทุกคน
ไทม์ไลน์เส้นทางทนายดังบนหน้าจอข่าว
- พ.ศ. 2544
อนันต์ชัย แจ้งเกิดคดีปลอมแปลงใบหุ้น ธนาคารทหารไทย
คดีดังที่สร้างเสียงฮือฮาให้อนันต์ชัย ไชยเดช ในฐานะ แจ็กผู้อาสาล้มยักษ์ขี้ฉ้อ กลายเป็นจุดเริ่มต้นชื่อเสียงระดับประเทศ
- พ.ศ. 2551
เหตุการณ์ศาลอาญาที่ให้ฉายา กระดูกเหล็ก
อนันต์ชัยถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลทำร้ายที่ศาลอาญารัชดาภิเษก แต่ยังคงเดินหน้าทำคดีต่อจนเป็นที่เลื่องลือ
- พ.ศ. 2561
ทนายสงกานต์ ถูกร้องสภาทนายความ
นักธุรกิจสินค้าประมงนำหลักฐานจ้างว่าความคดีมูลค่าพันล้านเข้าร้องสภาทนายความ หลังกล่าวหาว่าทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ รับค่าจ้างไป 2 ล้านบาทแต่ไม่ทำคดีตามสัญญา
- พ.ศ. 2564-2565
ยุคทองของ ทนายตั้ม บนหน้าจอโหนกระแส
ทนายตั้ม สิทธิชัย ทรัพย์อังกูร โด่งดังจากการออกรายการโหนกระแสช่วยเหลือคดีประชาชน ก่อนทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด จะโผล่ออกรายการในช่วงคดีแตงโม นิดา จนกลายเป็นประเด็นร้อนสุดของรายการ
- พ.ศ. 2565
สภาทนายความพักใบอนุญาตรณณรงค์ 1 ปี
คำสั่งพักใบอนุญาตจากมรรยาทวิชาชีพ 3 สำนวน กลายเป็นบทเรียนสำคัญของวงการทนายออกสื่อ
- พ.ศ. 2567
ทนายพัช คดีแอม ไซยาไนด์
ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ พร้อมพิพากษาจำคุก ทนายพัช หรือ ธันย์นิชา เอกสุวัณวัฒน์ 2 ปี ในข้อหาช่วยเหลือผู้กระทำผิด โดยเธอได้รับประกันและยื่นถอนตัวจากการเป็นทนายความของแอม
- พ.ศ. 2569
ยุคทนายคู่ใจ ทนายหน้าใหม่ และคดีสลากฯ ของทนายตั้ม
ทนายแก้วครองหน้าจอในฐานะทนายคู่ใจของโหนกระแส ขณะที่ทนายบุญ นภัทร เปิดตัวเป็นทนายหน้าใหม่ และทนายตั้ม ษิทรา ยังคงอยู่ระหว่างคดีฉ้อโกงที่ศาลกำหนดเงื่อนไขการประกันตัวอย่างเข้มงวด
บทเรียนสำคัญจากทนายดัง
เรื่องราวของทนายดังที่ต้องพักใบอนุญาตหรือถูกกำหนดเงื่อนไขการออกสื่อ สะท้อนบทเรียนสองประการชัดเจน ประการแรกคือ ความดังไม่ได้อยู่เหนือมรรยาทวิชาชีพ ตามข้อบังคับสภาทนายความที่ระบุพฤติกรรมต้องห้ามไว้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการอวดอ้าง การทอดทิ้งคดี หรือการปิดบังข้อมูลจากลูกความ ประการที่สองคือ การออกสื่อเพื่อให้ความรู้กับประชาชนต้องไม่ก้าวล้ำกระบวนการยุติธรรม หากมีการพาดพิงคดีที่ยังไม่สิ้นสุดจนกระทบการพิจารณา ทนายเองอาจเสียสิทธิ์และเสียชื่อเสียงที่สะสมมาทั้งชีวิตได้
สำหรับประชาชนที่เดือดร้อนและหวังพึ่งทนายผ่านรายการโทรทัศน์ สิ่งที่ควรทำคือใช้รายการเป็นเพียงช่องทางเข้าถึงข้อมูลเบื้องต้น แต่ต้องปรึกษาทนายของตนเองแบบตัวต่อตัวสำหรับคดีจริงของตน เพราะรายละเอียดทางกฎหมายของแต่ละคดีแตกต่างกันเสมอ
ข้อควรรู้ก่อนปรึกษาทนายผ่านรายการทีวี
ตรวจสอบใบอนุญาตทนายความก่อนเสมอ
ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะใบอนุญาตทนายความได้ผ่านระบบของสภาทนายความ เพื่อยืนยันว่าผู้ให้คำปรึกษายังมีสิทธิ์ว่าความและไม่ถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต
อย่านำคดีของตนเองไปเปิดหมดปากในรายการ
คำให้การทางโทรทัศน์อาจถูกนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานได้ จึงควรปรึกษาทนายของตนเองแบบส่วนตัวก่อนเสมอ
รู้จักมรรยาททนายความที่ต้องระวัง
จากบทเรียนคำสั่งพักใบอนุญาตในอดีต พฤติกรรมที่ต้องระวังคือ การอวดอ้างความรู้เกินทนายอื่น การขาดนัดหรือทอดทิ้งคดี และการละเว้นหรือปิดบังข้อมูลที่ควรแจ้งลูกความ
ทำสัญญาค่าว่าความเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ
การทำสัญญาที่ระบุขอบเขตงานและค่าตอบแทนชัดเจนช่วยป้องกันข้อพิพาทระหว่างทนายกับลูกความซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของคดีฟ้องร้องกันในอดีต
บทสรุป
สรุปแล้ว ทนายโหนกระแสที่ถูกพูดถึงในปัจจุบัน ได้แก่ ทนายแก้ว (ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล) และทนายบุญ นภัทร สกุลชินวงศ์ ขณะที่ทนายตั้มทั้งสองคน คือ สิทธิชัย ทรัพย์อังกูร และษิทรา เบี้ยบังเกิด เป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับกระแสความนิยมจากสื่อ ส่วนทนายรณณรงค์ ทนายอนันต์ชัย ทนายเดชา ทนายสงกานต์ และทนายพัช ต่างเป็นที่รู้จักจากคดีสำคัญระดับประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความมีชื่อเสียงไม่ได้รับประกันความสามารถหรือความน่าเชื่อถือของทนายความ ก่อนเลือกใช้บริการจึงควรตรวจสอบใบอนุญาต ทำสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร และพิจารณาประสบการณ์ให้เหมาะกับคดี เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนเอง
ข้อควรทราบ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปข้อมูลข่าวสารและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับคดีเฉพาะราย หากต้องการคำปรึกษาด้านกฎหมายกรุณาปรึกษาทนายความที่ได้รับใบอนุญาตโดยตรง ข้อมูลในบทความอ้างอิงจากข่าวที่มีรายงานจนถึงวันที่เขียน และสถานะคดีต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการยุติธรรม
คำถามที่พบบ่อย
ทนายโหนกระแสมีใครบ้าง ปัจจุบัน
ทนายโหนกระแสมีใครบ้าง ณ ปัจจุบัน ชื่อที่คนชมคุ้นหน้าที่สุดคือ ทนายแก้ว หรือ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ในฐานะทนายคู่ใจประจำรายการ ส่วนหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงคือ ทนายบุญ นภัทร สกุลชินวงศ์ ทั้งนี้รายการยังมีการเชิญทนายแขกรับเชิญตามประเด็นข่าวในแต่ละช่วง
ทนายดังมีใครบ้าง ที่โด่งดังจากรายการโหนกระแส
ทนายดังมีใครบ้าง ที่โด่งดังจากรายการโหนกระแสโดยเฉพาะ คือ ทนายตั้ม สิทธิชัย ทรัพย์อังกูร และ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ทั้งคู่เป็นคนละคนกันแม้ใช้ชื่อเล่นเดียวกัน และต่างก็มีชื่อเสียงเติบโตจากหน้าจอของรายการ โดย ษิทรา ถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่สื่อยกให้เป็นคนดังสุดพีคจากการออกรายการ แต่ทั้งคู่ต่างก็มีคดีความที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบัน
ทนายแก้วเป็นใคร
ทนายแก้ว คือ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ทนายคู่ใจประจำรายการโหนกระแส จบนิติศาสตร์บัณฑิตและนิติศาสตรมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีประสบการณ์ว่าความกว่า 30 ปี ผู้ที่ต้องการอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้จาก บทความเจาะชีวิตทนายแก้วจากสยามรัฐ
การออกรายการของทนายความมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
การออกรายการของทนายความต้องอยู่ในกรอบจริยธรรมวิชาชีพ ห้ามพาดพิงคดีที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาจนกระทบกระบวนการยุติธรรม ห้ามอวดอ้างสร้างความเชื่อมั่นเกินจริง และต้องไม่ทอดทิ้งหรือเปิดเผยข้อมูลลูกความ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้อาจถูกลงโทษทางวินัยตั้งแต่พักใบอนุญาตจนถึงเพิกถอน
